ลงโฆษณาฟรี

ชอเชิญผู้ประกอบการลงโฆษณาธุรกิจขอท่านได้ฟรีรายละเอียดดังนี้
ลงโฆษณาฟรี

10/07/2012

ปลาไข่ชุบแป้งทอด


ปลาไข่ชุบแป้งทอดอาหารที่รับประทานง่าย ได้ประโยชน์จากปลาทั้งตัว ที่เราเห็นกันตามเปิดท้ายต่างๆ พระเอกของรายการนี้คงไม่พ้นปลาไข่ชุบแป้งทอด ซึ่งอร่อย กรุบกรอบ แถมน้ำจิ้มรสเด็ด สนนราคา 5 ตัวประมาณ 20-30 บาท (แล้วแต่ค่าเช่าที่ ถ้าเป็นตามเปิดท้ายของมหาวิทยาลัยก็ประมาณ 5 ตัว 20 บาท แต่ที่อื่นๆ 30 บาท) เราจะเห็นว่า ราคาไม่ถูกเลยนะคะ เพราะว่าปลาไข่  1 กิโลกรัม ราคาประมาณ 130 บาท  ได้ประมาณ 70 ตัว ซึ่งถ้าเราไปทอดขายอย่างต่ำ 5 ตัว 20 บาท จะมีรายได้ประมาณ 280 บาท หักค่าแป้งทอดกรอบ และเครื่องปรุงต่างๆ ก็จะได้กำไรเกินกว่า 40 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งถือว่ากำไรดีทีเดียว ใครสนใจจะขายปลาไข่ชุบแป้งทอดก็ตามมาเลยค่ะ


ส่วนผสมและเครื่องปรุง
1. ปลาไข่ (ควรเลือกเอง ที่ท้องอ้วนๆ ไข่จะได้เยอะ)
2. ไข่ 2 ฟอง
3. แป้งโกกิ 1 ขีด
4. เกลือ ½ ช้อนชา
5. เกล็ดขนมปัง
6. น้ำมันพืชสำหรับทอด

สูตรทำปลาไข่ชุบแป้งทอด
1. ล้างปลาไข่ให้สะอาด พักไว้ให้สะเด็ดน้ำ
2.  ตีไข่ แล้วนำแป้งลงผสม ใส่เกลือ อย่าให้เหลวมากไป เพราะจะชุบปลาไม่ติด
3.  เทเกล็ดขนมปังใส่จาน
4. นำปลาคลุกแป้งที่ผสมไว้ แล้ว แล้วไปคลุกกับเกล็ดขนมปัง
5. ตั้งกระทะน้ำมันให้ร้อน  ใช้ไฟแรง ซึ่งน้ำมันต้องท่วมปลา ปลาไข่จึงจะสุกกรอบเหลืองดี
6. นำปลาไข่ลงทอด เมื่อสุก ตักขึ้นมาพักให้สะเด็ดน้ำมัน
7. ตักขาย 5 ตัว 20-30 บาท พร้อมน้ำจิ้ม ซึ่งถ้าตักใส่กล่องโฟม ต้องตัดให้เป็นช่อง 4 เหลี่ยมหรือสามเหลี่ยมเพื่อให้ความร้อนระเหยออกไป ปลาไข่ชุบแป้งทอดจะได้ไม่เละด้วยนะคะ

สูตรน้ำจิ้มสำหรับปลาไข่ชุบแป้ง
ถ้าใครไม่อยากทำเอง ก็ใช้ซอสมะเขือเทศ ซอสพริก หรือน้ำจิ้มไก่ก็ได้ แต่ว่า ถ้าน้ำจิ้มเราอร่อย มีรสชาติไม่เหมือนใคร ลูกค้าก็จะติดใจ และเกิดการบอกต่อ
ส่วนผสมและเครื่องปรุง
1. น้ำตาลปี๊บ 100 กรัม
2. น้ำตาลทราย 100 กรัม
3. เกลือ 1 ช้อนโต๊ะ
4. น้ำส้มสายชู 1 ช้อนโต๊ะ
5. มะขามเปียก 1 ปั้นใหญ่
6. พริกสด 100 กรัม
7. พริกแห้ง 50 กรัม
8. กระเทียมแกะเปลือกแล้ว 100 กรัม
9. น้ำต้มสุกเล็กน้อยเอาไว้เติมถ้าข้นเกินไป
10. ผักชีสำหรับโรยหน้า
(ส่วนผสมปรับเปลี่ยนได้ตามชอบค่ะ)

วิธีทำ
1.ปั่นหรือโขลกพริกสด พริกแห้ง กระเทียมพอแหลก
2.ใส่น้ำตาลปี๊บ น้ำตาลทราย น้ำส้มสายชู เกลือ
3.คั้นน้ำมะขามเปียกให้ได้ประมาณ 1 ถ้วย แล้วเอามาคนให้เข้ากัน
4.ถ้าข้นเกินไป เติมน้ำต้มสุก ซึ่งรสชาติควรจะเผ็ดนำ เปรี้ยวและหวานเล็กน้อย โรยผักชีเพื่อเพิ่มความหอม
 หมายเหตุ ส่วนผสมและเครื่องปรุงสำหรับอาชีพขายปลาไข่ชุบแป้งนั้นสามารถเพิ่มหรือลดได้ค่ะ

ขอบคุณภาพจาก http://www.อาชีพเสริมอิสระ.com

9/19/2012

เพาะถั่วงอกขาย ง่าย รายได้ดี


ถั่วงอกเป็นพืชผักที่มีโภชนาการสูงโดยเฉพาะโปรตีน เกลือแร่และวิตามิน และเป็นที่นิยมรับประทานสามารถนำมาทำอาหารได้หลากหลายรูปแบบ ที่รู้จักกันดี ก็เช่นใส่ในก๋วยเตี๋ยว กินเป็นผักแนมคู่กับขนมจีน ถ้าไม่ใช่ถั่วงอกก็เหมือนขาดอะไรไปสักอย่าง ไม่อร่อยครบรสและที่สำคัญถั่วงอกเป็นพืชผักชนิดเดียวที่ใช้เวลาในการเพาะจนถึงเก็บเกี่ยวใช้เวลาสั้นที่สุด หมายความว่า อาชีพเพาะถั่วงอกนั้นทำเงินกลับมาได้เร็วมาก โดยใช้เวลาประมาณ 3-4 วันแล้วแต่ว่าเพาะในฤดูไหน ถ้าฤดูหนาวก็ใช้เวลานานกว่าปกติ

เงินลงทุนเพาะถั่วงอกขาย
อาชีพเพาะถั่วงอกขาย ไม่ได้ใช้เงินทุนมากมายเลย เพียงแค่ 1,500 บาท ก็ทำได้แล้ว
รายได้เพาะถั่วงอก ประมาณ 1,400 บาทต่อเมล็ดถั่วเขียว 15 กิโลกรัม

ดังนั้นถ้าใครอยากเพาะถั่วงอกเป็นอาชีพเสริมก็ศึกษาวิธีการเพาะได้ดังนี้

วิธีการเพาะถั่วงอก
เพาะในภาชนะได้หลายแบบ ก็ให้แต่ละท่านอ่านและพิจารณาดูว่า แบบไหนสะดวกกับการจัดการที่สุด

1. เพาะในโอ่ง

วัสดุอุปกรณ์
โอ่งน้ำ 5 ใบ
กระสอบข้าวสาร
อ่างล้างถั่วงอก
สายยาง
เมล็ดถั่วเขียว

ขั้นตอนการทำ
1. นำโอ่งน้ำ หรือโอ่งลายมังกรขนาดกลาง 5 ใบ มาเจาะรูที่ก้นโอ่งขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 1 ซม. 5 รูต่อใบ เพื่อให้น้ำไหลออก หลังจากนั้นนำเมล็ดถั่วเขียวน้ำหนัก แช่ในน้ำสะอาด 1 วัน
2. เมื่อแช่น้ำจนได้ที่แล้วให้ล้างเมล็ดถั่วเขียวให้สะอาด พร้อมกับช้อนเมล็ดถั่วที่ลอยน้ำทิ้งไป เพราะเป็นเมล็ดเสีย ใช้การไม่ได้ หลังจากนั้นนำเทลงในโอ่งๆละ 3 กก. ปิดทับด้วยกระสอบข้าวสาร ใช้ระยะเวลาในการเพาะ 3 วัน โดยแต่ละวันต้องรดน้ำวันละ 3 เวลา เช้า กลางวัน เย็น
3. เมื่อครบ 3 วันจะได้ถั่วงอกมีความยาวประมาณ 3 ซม. น้ำหนักต่อโอ่ง 35-38 กก. ซึ่งรวม 5 โอ่งจะได้ถั่วงอกประมาณ 175 กก.



2. การเพาะถั่วงอกในเข่งไม้ไผ่
1. การเลือกเข่งไม้ไผ่ ควรใช้เข่งไม้ไผ่ผิวเรียบ ละเอียด สานเป็นเข่ง
2.  ล้างถั่วเขียวให้สะอาด ปูเรียงลงไปจนได้ความสูง 1/2 ของเข่ง แล้วปูกระสอบป่านคลุมผิวหน้าเข่ง หรือใช้ไม้ไผ่ขัดแตะที่ผิวหน้า หรืออาจจะใช้ก้อนกรวดเรียงทับผิวหน้าบนอีกชั้นหนึ่ง
3. วางไว้ในที่ร่มและใช้น้ำสะอาด รดทุกๆ 2 ชั่วโมง
4.ผ่านไป  3 วันเก็บขายหรือนำมาทานได้

3.การเพาะถั่วงอกในปี๊บอะลูมิเนียม
1. เจาะรูที่ก้นปี๊บ แล้ววางแคร่ไม้เล็กๆ รองไว้ที่ก้นปี๊บ เพื่อให้ระบายน้ำง่าย
2. ปูผ้าพลาสติกกรีดเป็นริ้วๆ ลงบนแคร่ไม้ วัสดุที่ใช้เพาะถั่วงอกเป็นทรายหยาบ หรือขี้เถ้าแกลบที่สั่งเผาเฉพาะ (โดยที่ตัวแกลบยังอยู่ในสภาพที่เป็นรูปตัวแกลบอยู่)ปูทรายหยาบ หรือขี้เถ้าแกลบหนา 1.5 นิ้ว ทับผิวหน้าเมล็ดถั่วด้วยทรายหยาบ หรือขี้เถ้าแกลบ สลับกันระหว่างชั้นถั่วเขียว ประมาณ 5-6 ชั้น
3. ความสูงของเมล็ดถั่วเขียวในปี๊บไม่เกิน 1/2 ของความสูงปี๊บ
4. รดน้ำทุกวันๆ ละ 3 ครั้ง คือ เช้า  เย็น และกลางดึก กะเวลาโดยประมาณ ได้ดังนี้ เช้า คือ ตั้งแต่แปดโมงเช้า ถึง สิบโมงเช้า บ่ายประมาณ สี่โมงเย็น และกลางคืน ประมาณ เที่ยงคืน
5. ใช้เวลา 3 วัน ก็เก็บขายหรือบริโภคได้

4.การเพาะถั่งงอกในตะกร้าพลาสติก
1. ใช้ตะกร้าผลไม้ (แบบที่ใช้ในตลาดผลไม้ขายส่ง) เนื่องจากตะกร้าประเภทนี้จะมีรูระบายน้ำอยู่แล้ว จึงควรกรุด้วยกระสอบปุ๋ยก่อน
2. นำเมล็ดถั่วเขียวที่แช่น้ำแล้ว 1 คืน มาเทใส่ตะกร้าแล้วคลุมด้วยผ้ากระสอบปุ๋ย
3. รดน้ำด้วยสายยางทุกๆ 1-2 ชั่วโมง เป็นเวลา 3 วัน
4. เก็บขายหรือบริโภคได้

5.การเพาะถั่งอกในถังพลาสติก
 1. นำถังพลาสติกทึบแสงเจาะรูระบายน้ำที่ก้นถังตามแนวตะเข็บเพื่อระบายน้ำ
2. เจาะรูด้านข้างถังเพื่อระบายอากาศ
3. ล้างเมล็ดถั่วเขียวให้สะอาด
4. แช่ถั่วเขียวเป็นเวลา 10 ชั่วโมงในน้ำอุ่นประมาณ 55 องศาเซลเซียส (ตอนเริ่มแช่ถั่ว) (น้ำร้อนต่อน้ำเย็น 1 : 1 )
5. ถ่ายเมล็ดถั่วลงในถังเพาะโดยนำฟองน้ำมาปิดด้านบนถั่ว แล้ววางถังเพาะไว้ในที่มืด
6. รดน้ำอย่างสม่ำเสมอทุกๆ ชั่วโมงครึ่ง โดยการรดให้รดผ่านฟองน้ำ
7. ประมาณ 1 วัน ถั่วเขียวจะเริ่มงอกโดยมีรากสีขาวเล็กๆ  ถ้าทำเพื่อการค้า อาจจะใส่สารถั่วอ้วน เพื่อให้ดูน่ากิน  (สารถั่วอ้วน   เป็นฮอร์โมนสังเคราะห์ช่วยให้ถั่วงอกที่เพาะอ้วนและโตเร็ว ดูน่ารับประทานยิ่งขึ้น แต่อย่างไรมันก็คือสารเคมี ถ้าเลี่ยงได้ก็ควรจะเลี่ยงนะคะ หรือถ้าเพาะทานกันในครอบครัวก็ไม่ต้องใช้ เพราะจะปลอดภัยกว่า)  แต่ก่อนรดสารถั่วอ้วนควรงดให้น้ำก่อนและหลัง 2 ชั่วโมง เพื่อให้ผิวหน้าเมล็ดแห้ง  หลังจากนั้นก็รดน้ำตามปกติ จนกระทั่งครบ 2 วัน ก็ให้รดสารถั่วอ้วนอีกครั้ง โดยอัตราการใช้สารใช้สารขึ้นอยู่กับปริมาณถั่วเขียวที่ใช้เพาะ เมื่อเพาะครบ 3 วัน (ประมาณ 65-72 ชั่วโมง นับตั้งแต่เริ่มแช่ถั่วในน้ำ) แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นกับอุณหภูมิในช่วงฤดูกาลที่เพาะ เช่น ฤดูร้อนอาจใช้เวลาเพียง 65 ชั่วโมง แต่ฤดูหนาวอุณหภูมิต่ำอาจใช้เวลานานถึง 72 ชั่วโมง ก็สามารถนำไปขายหรือบริโภคได้

เคล็ดลับ
1. เมล็ดพันธุ์ควรเป็นเมล็ดถั่วเขียวผิวมัน หรือผิวดำ
2. หากจะเพาะถั่วงอกในหน้าหนาว เวลาในการเพาะจะเพิ่มเป็น 4 วัน เพราะถั่วจะงอกช้ากว่าปกติ
3. หากมีเงินทุนและเพาะถั่วงอกจำนวนมาก ควรซื้อเครื่องปั็มน้ำพร้อมสายยาง ถังเก็บน้ำขนาดใหญ่ ซึ่งต้องใช้เงินลงทุนเพิ่มประมาณ 20,000 บาท
4. วิธีรดน้ำควรจะมีตะแกรงรองรับแรงดันน้ำที่ไหลมาตามสายยาง เพื่อป้องกันไม่ให้แรงดันน้ำเซาะถั่วงอกแตกกระจาย ซึ่งจะมีผลต่อการเจริญเติบโตของถั่วงอก และทำให้ถั่วงอกมีลักษณะหงิกงอ เสียรูปทรง
5. ถั่วงอกเมื่อเพาะเสร็จเรียบร้อยแล้วในถัง หรือภาชนะเพาะ จะมีลักษณะขาวสวย แต่เมื่อนำออกจากถังเพาะและถูกลมหรือแสงสว่างนานเกิน 3-4 ชั่วโมง ก็จะเกิดการสังเคราะห์แสง สีขาวจะเปลี่ยนเป็นสีเขียว และใบเลี้ยงจะเริ่มโผล่ออกมาทำให้ไม่น่ารับประทาน